ฮีตคองประเพณีชาวไทดำ

ที่มา : คุณยายเขียง ยอดพรหม และคุณตาแหวน ซ้อนเปียยุง
          วิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายของชาวไทดำนั้นมีอยู่มากมายหลายประเพณี และยังคงยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมา อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะประเพณีที่เกี่ยวข้องกับผี ได้แก่ ประเพณีเสนต่าง ๆ ประเพณีขึ้นบ้านใหม่ และประเพณีตุ้มโฮมพี่น้องไทดำ ถือเป็นประเพณีใหญ่ประจำปี ซึ่งจะจัดขึ้นปีละครั้ง โดยในปี 2559 นี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 ในวันที่ 6 เมษายน 2559 โดยมี นายเสน่ห์ นนทะโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงาน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น วัฒนธรรมไทดำให้สืบทอดยั่งยืน และเตรียมพร้อมเข้าสู่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับภูมิภาคประชาคมอาเซียน ในการจัดงานมีชาวไทดำจากหลายจังหวัดเดินทางมาร่วมงานเป็นประจำทุกปี มีกิจกรรมการละเล่นพื้นเมืองไทดำ ชมและชิมอาหารพื้นเมืองของไทดำ  ขบวนแห่และการแสดงวิถีวัฒนธรรมไทดำ
         ประเพณีประเพณีตุ้มโฮมพี่น้องไทดำนั้นถือเป็นประเพณีที่มีความสำคัญมาก กิจกรรมในปีนี้ มีการแสดง การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และการละเล่นพื้นเมือง เช่น ฟ้อนเซปาง เซแคน การจัดนิทรรศการวิถีชีวิตชาวไทดำ การเลี้ยงอาหารไทดำ การสาธิตภาษาไทดำ และมีการเชิญชาวไทดำ หรือไทซงดำในจังหวัดอื่นของประเทศไทยมาร่วมงานด้วย การจัดประเพนีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น วัฒนธรรมไทดำให้สืบทอดยั่งยืน และเตรียมพร้อมเข้าสู่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับภูมิภาคประชาคมอาเซียนและช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย
          นอกจากประเพณีประจำปีแล้วยังมีประเพณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตขิงชาวไทดำซึ่งแบ่งออกเป็นดังนี้
         1) ประเพณีการเกิด นับตั้งแต่ท้องจนถึงวันคลอด ผู้เป็นแม่คงทำงานตามปกติไม่มีการพักผ่อนโดยเชื่อว่าการออกใช้แรงงานนั้น จะทำให้คลอดลูกง่าย เมื่อมีอาการเจ็บท้องก่อนคลอด จะทำพิธีเซ่นผีเรือนเรียกว่า “วานขวัญผีเรือน” การประกอบพิธีกรรมให้หมอขวัญเป็นผู้ทำพิธีฆ่าไก่ 1 ตัว เซ่นให้ผีญาติพี่น้องที่ตายทั้งกลม หรือตายในขณะคลอดลูกกินก่อน เพื่อไม่ให้มารังควาญรบกวนในขณะคลอด เมื่อเด็กคลอดพ้นจากครรภ์มารดาแล้ว ก็จะตัดสายรกซึ่งเรียกว่าสายแห่ยาวประมาณ 2 ข้อมือ อาบน้ำเด็กน้อยด้วยน้ำอุ่น แล้วนำไปวางไว้ในกระด้ง รอจนกระทั่งสายรกหลุดออกมา

          2) การอยู่กำหรืออยู่ไฟ ภายหลังคลอดเริ่มอยู่ไฟตั้งแต่วันแรกเป็นเวลา 30 วัน ในระยะแรกการอยู่ไฟจะนั่งอยู่ที่เตาไฟตลอดเวลา 3 วัน เรียกว่า “อยู่กำไฟ” แม่กำเดือนหรือหญิงที่อยู่ไฟ จะต้องระมัดระวังเรื่องอาหาร รับประทานได้แต่ข้าวเหนียวนึ่งกับเกลือคั่ว หรือเกลือเผาจนครบ 3 วัน จึงจะ “ออกกำไฟ” ในระยะนี้จะมีญาติพี่น้องและผู้ใกล้ชิดมาเยี่ยมเยือนและอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลา
เมื่อออกกำไฟแล้ว ให้ไปสระผมที่ท่าน้ำแต่จะไม่อาบน้ำ ใช้ผ้ารัดเอวไว้ผืนหนึ่งพร้อมกับคาด “ผ้าฮ้ายฟั่นใต้ไฟ” (ชุดติดไฟ) ทับไว้อยู่ข้างนอกเพื่อให้เกิดความอบอุ่นแก่ร่างกาย เมื่อกลับมาถึงเรือนแล้วทำพิธีเซ่นผีย่าไฟโดยใช้ไข่ไก่ 1 ฟอง ไปวางไว้ตรงที่ทารกคลอด ทำพิธีสู่ขวัญให้แก่เด็กน้อย สู่ขวัญนมและสู่ขวัญที่นอนเพื่อขอให้ช่วยดูแลรักษาและเลี้ยงดูเด็กน้อยที่เกิดใหม่ ส่วนแม่ใช้ไก่ต้ม ข้าวต้ม ขนม จัดใส่สำรับทำพิธีสู่ขวัญ หลังจากนั้นเมื่อถึงเวลากลางคืน ก็ให้แม่และเด็กน้อยย้ายไปนอนบริเวณที่นอนตามปกติ แต่ผู้เป็นแม่จะต้องอยู่ไฟต่อไปจนกระทั่งครบ 30 วัน จึงออกจาก “อยู่กำเดือน”

          3) การเลือกคู่ครอง เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยหนุ่มวัยสาว ผู้สาวจะชวนเพื่อน ๆ ไปลงข่วงปั่นฝ้ายเป็นกลุ่ม ๆ ในยามค่ำคืนของฤดูหนาว ส่วนผู้บ่าวก็จะชวนกันไปเกี้ยวสาวปั่นฝ้าย โดยเป่าปี่แล้วขับไทดำ วนเวียนไปมาตามข่วงโน้นบ้างข่วงนี้บ้าง มีการขับโต้ตอบกันไปมาระหว่างหนุ่มสาวจนดึกดื่น จึงกลับขึ้นเรือนโดยมีผู้บ่าวที่ชอบพอกันติดตามไปส่ง กระทำเช่นนี้เป็นกิจวัตรประจำจนเกิดความรักซึ่งกันและกัน

          4) ประเพณีการตาย เมื่อมีคนตายในหมู่บ้านจะมีการยิงปืนขึ้นฟ้า 3 นัด  เพื่อเป็นสัญญาณบอกกล่าวแก่ชาวบ้าน ซึ่งทุกคนจะหยุดทำงานจนกว่าจะนำศพไปฝัง หลังตายบรรดาญาติพี่น้องจะช่วยกันอาบน้ำศพ จากนั้นก็แต่งตัวด้วยชุดเสื้อผ้าของเผ่าไทดำ นำผ้าแพรสีขาวมาเย็บเป็นถุงบรรจุศพแล้วใช้ไหมเย็บติดให้เรียบร้อย บรรจุลงในโลงศพโดยใช้ผ้าคลุมหน้าศพไว้ผืนหนึ่ง ส่วนคนหนุ่มสาวถ้าตายตอนกลางคืน ในเช้าวันรุ่งขึ้นให้ฆ่าหมูหรือวัว ควาย 1 ตัว ทำอาหารจัดสำรับทำบุญอุทิศให้ผู้ตายกินเรียกว่า “เฮ็ดงาย” พอถึงตอนเย็นก็นำไปฝัง ส่วนคนวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุตายเก็บศพไว้ 1-2 คืน แล้วจึงนำไปฝัง และฆ่าหมูหรือวัวควาย 1 ตัว เฮ็ดงายให้ผู้ตายในเช้าของวันที่จะนำไปฝัง โดยพิธีฝัง ฆ่าหมู 1 ตัว อุทิศให้เรียกว่า หมูเข้าขุม หลังจากนั้นอีก 3 วัน จะทำพิธีเฮ็ดเฮียว ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ โดยนำเครื่องเฮียวไปส่งให้ที่ป่าช้า เมื่อเสร็จพิธีฝังศพ ผู้ไปร่วมพิธีศพทุกคนจะลงไปอาบน้ำชำระร่างกายและสระผมในแม่น้ำ เพื่อชำระสิ่งอัปมงคลทั้งหลายออกจากร่างกาย พอถึงตอนเย็นหมอขวัญจะทำพิธีสู่ขวัญให้แก่ครอบครัวของผู้ตาย และผู้ที่ไปส่งศพ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ทุกคน

          แต่เนื่องจากในปัจจุบันยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไปทำให้ประเพณีต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนไปตามสถาณการณ์ของสังคมปัจจุบัน จากการสอบถามข้อมูลพบว่าประเพณีการเลือกคู่ครองจะเป็นแบบสมัยนิยมคือมีการไปสู่ขอและจัดพิธีสู่ขวัญตามประเพณีของไทย ไม่มีการโยนมะลอนเพื่อเลือกคู่ครองแล้ว ส่วนประเพณีการตายในปัจุบันก็หันมาประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของไทยเช่นกัน

เรียบเรียงโดย ณิชนันทน์ จงใจสิทธิ์
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

ดาวน์โหลดเนื้อหานี้